รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รวมถึงสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา และการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 

รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รวมถึงสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา และการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 

วันที่ 3 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. ห้องประชุมที่ว่าการอำเภอปาย  อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ให้การต้อนรับและร่วมประชุมติดตามสถานการณ์ปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) รวมถึงสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-เมียนมา และการจัดระเบียบนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยมี นายภาสกร บุญญลักษม์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านกิจการความมั่นคงภายใน เป็นประธานการประชุมฯ และมี น.ส.อรอุมา วรแสน ผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นางณหฤทัย หอมชื่น หัวหน้าสำนักงานจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายณพล พาหุมันโต นายอำเภอปาย พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานด้านความมั่นคง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตัวแทนผู้ประกอบการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม 


รองปลัดกระทรวงมหาดไทย  ได้กล่าวว่า นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ตนมาปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนในวันนี้ เพื่อติดตามประเด็นสำคัญเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา และปัญหายาเสพติด การบริหารจัดการผู้หนีภัยการสู้รบจากเมียนมา (ผภร.) ให้รับจ้างทำงานตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างถูกต้อง การรับมือสถานการณ์พลังงานที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นโดยผ่อนผันให้รถขนส่งน้ำมันวิ่งได้ตลอด 24 ชั่วโมงพร้อมคุมเข้มราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การจัดระเบียบคนต่างด้าวและการป้องกันปัญหาธุรกิจนอมินีที่กำชับให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบอย่างรัดกุม และประเด็นสำคัญที่สุดในขณะนี้ คือวิกฤตไฟป่าและหมอกควันในอำเภอปายที่ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงทะลุ 500 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรงในระยะยาว

ดังนั้นจึงขอให้ผู้บริหารจังหวัดแม่ฮ่องสอน นายอำเภอ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือแก้ไขปัญหาการเผาป่าอย่างเอาจริงเอาจังเพื่อควบคุมไม่ปล่อยปละละเลยให้เกิดจุดความร้อน (Hotspot) ในพื้นที่ และขอให้พ่อหลวง แม่หลวง และผู้นำชุมชน จัดทำฐานข้อมูลผู้ที่เข้าไปหาของป่าและกลุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะเผาป่า เพื่อเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจถึงข้อกฎหมาย และให้มีการลาดตระเวนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงรณรงค์ให้ประชาชนทุกคนสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นเมื่อต้องอยู่ในพื้นที่โล่งแจ้งเพื่อลดปัญหาสุขภาพ

ทั้งนี้ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย  ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันสอดส่องดูแลนักท่องเที่ยวทั่วไปอย่างใกล้ชิด ทั้งในเรื่องการพำนักอาศัยและการประกอบธุรกิจที่อาจแอบแฝงการกระทำผิดกฎหมาย รวมถึงเฝ้าระวังกลุ่มผู้มีอิทธิพล หากเราสามารถสร้างความมั่นใจและรับประกันความปลอดภัยให้กับทั้งประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ จะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวและยกระดับรายได้ให้กับพี่น้องชาวอำเภอปายได้อย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ ข้อมูลและข้อเสนอแนะที่ได้รับจากทุกภาคส่วนในวันนี้ จะถูกนำไปหารือเพื่อกำหนดเป็นมาตรการและแนวทางปฏิบัติต่อไป
 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม