จังหวัดแม่ฮ่องสอน ร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2569 ภายใต้ มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.)
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ ห้องประชุมราชธรรมพิทักษ์ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายนิวัฒน์ งามธุระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดแม่ฮ่องสอนร่วมประชุมชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. ปี 2569 ภายใต้ มูลนิธิทุนการศึกษาพระราชทานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (ม.ท.ศ.) ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งรับสัญญาณจาก ห้องประชุมดำรงธรรม อาคารศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมฯ เพื่อชี้แจงแนวทางการขับเคลื่อนงานโครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ.ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ศึกษาธิการภาค และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง 76 จังหวัดทั่วประเทศ
โดย ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า โครงการทุนการศึกษาพระราชทาน ม.ท.ศ. เป็นพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการฯ ขึ้น ตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งนับถึงปัจจุบันมีนักเรียนที่ได้รับพระราชทานทุนฯ จากทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว 17 รุ่น รวม 2,744 ราย เงินทุนพระราชทานที่ได้จัดสรรไปแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 990,716,245 บาท โดยนักเรียนทุนฯ ม.ท.ศ. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่าแล้ว 10 รุ่น จำนวน 1,355 ราย ในจำนวนนี้ มีงานทำแล้ว 1,187 ราย เรียนต่อปริญญาโท ปริญญาเอก 5 ราย นอกจากนี้ อยู่ระหว่างศึกษาหลักสูตร 5 - 6 ปี 28 ราย ดังนั้น จึงให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด ได้ลงพื้นที่ไปตรวจเยี่ยมนักเรียนทุนฯ ทั้งที่สำเร็จการศึกษาและอยู่ระหว่างศึกษา รวมถึงครอบครัวของผู้ได้รับทุนฯ อย่างต่อเนื่อง โดยร่วมกับนายกเหล่ากาชาดจังหวัดและประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดร่วมลงพื้นที่ ทั้งนี้ ต้องให้ความสำคัญในการติดตามผลการเรียน ความประพฤติ การใช้จ่ายเงินทุนพระราชทาน รวมทั้งสุขภาพร่างกาย/จิตใจ ที่อาจส่งผลต่อการเรียนและการใช้ชีวิต รวมทั้งพิจารณาให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด อีกทั้งให้ติดตามถึงสถานะการประกอบอาชีพของนักเรียนทุนฯ ภายหลังจบการศึกษาด้วย”
ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ในปี 2569 นี้ จะเป็นการคัดเลือก คัดสรรนักเรียนทุนพระราชทาน ม.ท.ศ. รุ่นที่ 18 ตามแนวทางการขับเคลื่อนงานโครงการทุนการศึกษา ม.ท.ศ. ปี 2569 พร้อมทั้งกำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนิน 5 แนวทางที่สำคัญ ได้แก่
1. ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด และคณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด ต้องช่วยกันขับเคลื่อนและสนับสนุนการดำเนินงานของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนงาน ม.ท.ศ. โดยให้ความสำคัญในการคัดเลือกเยาวชนในจังหวัดมาเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในการได้รับทุน ซึ่งต้องมีการประชุม พูดคุยกับคณะกรรมการในระดับจังหวัด เพื่อพิจารณาคัดเลือกเพื่อส่งต่อรายชื่อเยาวชนที่มีโอกาส ได้เข้ารับทุน ม.ท.ศ. ตามหลักเกณฑ์ คือ 1) เรียนดี 2) ประพฤติดี และ 3) พร้อมที่จะเข้ารับการฝึกและพัฒนาศักยภาพ โดยจัดส่งเอกสารผลการคัดเลือกให้ศึกษาธิการภาคในกลุ่มภาคการศึกษาของจังหวัดและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ภายในวันพุธที่ 22 เมษายน 2569
2. ให้ความสำคัญกับการค้นหาและคัดเลือกเยาวชนในโรงเรียนทุกสังกัด ด้วยการประชาสัมพันธ์การรับสมัครให้เป็นที่รับทราบอย่างทั่วถึง พร้อมทั้งวางระบบการให้ทุนการศึกษาต่าง ๆ โดยให้นายอำเภอ และท้องถิ่นจังหวัด ใช้กลไกผู้นำท้องที่/ท้องถิ่น ประสานโรงเรียน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และบูรณาการความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ในพื้นที่ อาทิ องค์กรการกุศล มูลนิธิ สมาคม ภาคธุรกิจเอกชน เพื่อร่วมกันสนับสนุนช่วยเหลือให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
3. จัดให้มีการประชุมหารือรายละเอียดของหลักเกณฑ์ในการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม 2569 โดยมุ่งเน้นประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดแก่นักเรียนผู้เข้ารับการคัดเลือก ในขณะเดียวกัน การรับทุนฯ คณะกรรมการฯ ระดับจังหวัด ต้องคำนึงถึงความสามารถที่ครอบครัวของผู้รับทุนฯ สามารถให้การสนับสนุนได้ด้วย
4. ในการประชุมพิจารณากลั่นกรองระดับภาคการศึกษา ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง และ 5. ให้ความสำคัญในการติดตามดูแลนักเรียนทุนฯ ทั้งด้านการเรียน ความประพฤติ และการใช้เงินทุนพระราชทาน อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งลงพื้นที่เยี่ยมนักเรียนทุนฯ อย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหากมีกรณีเจ็บป่วย/ประสบอุบัติเหตุ หรือกรณีนักเรียนทุนฯ และครอบครัวประสบปัญหา ขอให้จังหวัดติดตามดูแล รักษาอาการ หรือเข้าให้ความช่วยเหลือแล้วแต่กรณีด้วยความรวดเร็ว รวมทั้งให้รายงาน กระทรวงมหาดไทยทราบเพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลและรายงานให้สำนักงานสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นฝ่ายเลขานุการทุนการศึกษาพระราชทานฯ ม.ท.ศ. ทราบ และพิจารณาดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป (ม.ท.ศ.)