ครุฑ สิงห์ พญานาค เกี่ยวอะไรกับข้าวมธุปายาส โพสต์นี้มีคำตอบ 

ครุฑ สิงห์ พญานาค เกี่ยวอะไรกับข้าวมธุปายาส โพสต์นี้มีคำตอบ 

ททท. แม่ฮ่องสอน ชวนไปหาคำตอบ ในเช้าวันพุธที่ 25 กันยายน 2567 เวลา 03.00 น. ณ วัดพระธาตุดอยกองมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ประเพณีต่างซอมต่อหลวง (ถวายข้าวมธุปายาส) วัดพระธาตุดอยกองมู 
และ การรื้อฟื้นวิถีแห่งประเพณีไทใหญ่ “การหุงและกวนข้าวซอมต่อหลวง” จังหวัดแม่ฮ่องสอน

 ซอมต่อ หรือ ข้าวพระพุทธ คืออาหารสำหรับถวายเป็นพุทธบูชา เป็นความเชื่อที่ชาวไทใหญ่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องมาช้านาน ทุกๆ เช้า ชาวไทใหญ่จะหุงข้าว และตักข้าวที่หุงสุกใหม่ “ต่างซอมต่อ” หรือ ถวายข้าวพระพุทธ ที่หิ้งพระประจำบ้าน จากนั้นจึง สมาทานศีล สวดมนต์ เจริญภาวนา ไหว้พระ แผ่เมตตา เป็นการบำเพ็ญบุญกริยาวัตถุ ในวิถีชีวิตประจำวันของชาวไทใหญ่ ในวันพระใหญ่หรือวันสำคัญ ชาวไทใหญ่จะเย็บกระทงใบตอง เรียกว่า “ก็อกซอมต่อ” บรรจุข้าว อาหาร ผลไม้ ขนม ดอกไม้ นำไป “ต่างซอมต่อ” หรือถวายพระพุทธรูป พระธาตุเจดีย์ ที่วัด เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา เชื่อว่าเป็นการสั่งสมบุญ จะมีความสุขกาย สุขใจ และเป็นปัจจัยให้ถึงซึ่งพระนิพพาน วิถีแห่งการ “ต่างซอมต่อ” หรือถวายข้าวพระพุทธในทุกๆ เช้า จึงเปรียบเสมือนเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ ด้วยความศรัทธาในพุทธศาสนา และหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า 
 ซอมต่อหลวง หรือ ข้าวมธุปายาส เป็นอาหารสมัยพุทธกาล มีลักษณะเป็นข้าวที่หุงสุกเจือด้วยน้ำนมโคและน้ำผึ้ง ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ “นางซุจ่าต่า” หรือ นางสุชาดา ธิดาของเสนียะเศรษฐี แห่งหมู่บ้านอุรุเวลาเสนานิคม เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ ซึ่งเคยตั้งจิตอธิษฐานกับต้นไทรใกล้บ้านว่า ขอให้ได้ขอให้ได้สามีที่มีบุญ มีทรัพยสมบัติ มีชาติสกุลเสมอกัน และขอให้มีบุตรคนแรกเป็นชาย เมื่อสมปรารถนาแล้วคำอธิษฐานยังคงติดค้างในใจเรื่อยมา ต่อมาวันหนึ่ง เจ้าชายสิทธัตถะ นั่งประทับใต้ต้นไม้ที่นางสุชาดาเคยตั้งจิตอธิษฐาน คนรับใช้ของนางสุชาดามาพบและเข้าใจว่าเป็นรุกขเทวดา จึงรีบแจ้งแก่นางสุชาดา เมื่อทราบแล้วนางสุชาดา จึงได้หุงข้าวมธุปายาสด้วยความประณีตจัดใส่ถาดทองคำ แล้วนำไปถวาย เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะรับแล้ว ทรงปั้นเป็นก้อนจำนวน 50 ก้อน และแบ่งข้าว 1 ก้อน อุทิศให้เทพเทวดาและสรรพสัตว์ทั้งหลาย จากนั้นจึงเสวยข้าว 49 ก้อน 
 เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะเสวยข้าวมธุปายาสแล้ว พระองค์ได้เสด็จมาประทับบำเพ็ญเพียรใต้ต้นพระศรี  มหาโพธิ์ และตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในปัจฉิมยาม ของวันเพ็ญเดือนวิสาขะ (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6)           ชาวไทใหญ่ เชื่อว่า “ข้าวมธุปายาส” หรือ ข้าวซอมต่อหลวง เป็นภัตตาหารสำคัญที่ให้กำลังแก่เจ้าชายสิทธัตถะ ในการบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้ สืบเนื่องจากพุทธประวัติจึงเกิดเป็นประเพณีต่างซอมต่อหลวง หรือถวายข้าวมธุปายาส ซึ่งยึดถือปฏิบัติมาจนถึงปัจจุบัน 
 ประเพณีถวายข้าวมธุปายาสหรือต่างซอมต่อหลวง ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน แต่เดิมทุกวัดนิยมจัดในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 (เหลินซิบมน) และบางวัดจะมีพิธีกรรมต่างซอมต่อในงานประจำปีของทางวัดด้วย เช่น วัดหัวเวียง ต่างซอมต่อหลวงในงานปอยพะราละแข่ง (งานนมัสการพระมหามัยมุนี) ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 และวัดพระนอน ต่างซอมต่อหลวงในงานปอยจ่าตี่ (งานก่อพระเจดีย์ทราย) ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6
 ในเวลาต่อมา คณะสงฆ์และคณะศรัทธาวัดต่างๆ ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอนและชุมชนใกล้เคียง ได้ร่วมกันกำหนดให้แต่ละวัดจัดพิธีกรรมต่างซอมต่อหลวงในวันพระช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ตามลำดับ ดังนี้ 
1. วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 วัดก้ำก่อ
2. วันแรม 8 ค่ำ เดือน 8 วัดกุงเปา
3. วันแรม 15 ค่ำ เดือน 8 วัดจองกลาง
4. วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 9 วัดม่วยต่อ
5. วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 9 วัดจองคำ
6. วันแรม 8 ค่ำ เดือน 9 วัดดอนเจดีย์
7. วันแรม 15 ค่ำ เดือน 9 วัดหัวเวียง
8. วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 10 วัดพระนอน
9. วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 วัดกลางทุ่ง
10.  วันแรม 8 ค่ำ เดือน 10 วัดพระธาตุดอยกองมู
11.  วันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 วัดปางล้อ
12.  วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 วันออกพรรษา
ประเพณีต่างซอมต่อหลวง ประกอบด้วยพิธีกรรมสำคัญๆ เช่น พิธีแฮนซอมต่อ พิธีนึ่งข้าว พิธีกวนข้าว พิธีปั้นข้าวซอมต่อ พิธีต่างซอมต่อ โดยแบ่งเป็น 3 วัน ดังนี้ 

วันแรก วันแฮนซอมต่อ : การจัดเตรียมพิธีต่างซอมต่อหลวง 
 วันนี้พุทธศาสนิกชนจะนำข้าวสาร นม เนย อาหาร ผลไม้ ดอกไม้ ขี้ผึ้ง มารวมกันที่วัด เพื่อช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ เครื่องไทยทาน จัดทำดอกไม้เครื่องสักการะต่างๆ และเตรียมหุงข้าว และกวนข้าวซอมต่อหลวง ในช่วงก่อนรุ่งสาง 
 การจัดเตรียมข้าวซอมต่อ เริ่มต้นจากคัดเลือกเมล็ดข้าวที่สมบูรณ์ เพื่อเตรียมนำไปนึ่ง ส่วนใหญ่ใช้ข้าวเหนียว เนื่องจากสามารถปั้นเป็นก้อนได้ง่าย จากนั้นจึงนำข้าวไปแช่น้ำ (หม่าข้าว) บริเวณที่จะประกอบพิธี “นึ่งข้าว” และ “กวนข้าว” จะตั้งราชวัตร ประดับด้วยหน่อกล้วย หน่ออ้อย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ด้านบนขึงด้วยผ้าสีขาว เรียกว่า “ผ้าปิ้กต่าน” หรือผ้าเพดาน เพื่อป้องกันฝุ่นละออง ในส่วนของก้อนเส้าสามก้อนที่ใช้ตั้งหม้อนึ่งข้าว จะตั้งรูปสัตว์มงคล ได้แก่ ก๋าโหล่น (ครุฑ) ส่างซี่ (สิงห์) และ นากา (พญานาค) ซึ่งเชื่อว่าจะปกป้องภัยอันตรายทั้งทางอากาศ พื้นดิน และบาดาล 


วันที่ 2 พิธีต่างซอมหลวง
 การนึ่งข้าวจะเริ่มนึ่งเวลาประมาณ 03.00 น. เมื่อข้าวนึ่งสุกและพักให้เย็น จะนำข้าวมากวนกับส่วนผสมต่างๆ จากนั้นจึงปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าผลส้ม จำนวน 49 ก้อน จัดเรียงในภาชนะเพื่อเตรียมนำไปถวายเป็นพุทธบูชา อนึ่ง ขั้นตอนการหุงและปั้นข้าวจะต้องใช้สาวพรหมจรรย์ คือเด็กสาวที่ยังบริสุทธิ์ หรือผู้สมาทานอุโบสถศีล (ศีล 8)
มณฑลพิธีที่จะประกอบพิธีถวายข้าวซอมต่อหลวง จะจัดบริเวณด้านหน้าพระพุทธรูปประธานของวัด หรือพระธาตุเจดีย์ จะตั้งด้วยราชวัตร ประดับหน่อกล่วย หน่ออ้อย ตั้งเครื่องสักการะต่างๆ เช่น อุ๊บเจ้าพะรา ต้นดอก ต้นผึ้ง ต้นเทียน  
การประกอบพิธีกรรมต่างซอมต่อหลวง จะเริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 5.00 น. ทั้งนี้ก่อนจะเริ่มพิธีกรรมต้องสังเกตท้องฟ้า เมื่อฟ้าเริ่มสางซึ่งชาวไทใหญ่เรียกว่า “อ่าโหย่งเมิงป่อ” หรือ “เมิงแลง” จึงจะเริ่มพิธีกรรมได้ โดยมีลำดับพิธีกรรม ดังนี้
1. ประธานสงฆ์ นำพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา ไหว้พระและรับศีล
2. ประธานสงฆ์นำพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ ประกอบด้วยบทสำคัญคือ ปฐมพุทธภาสิตคาถา ปะฏิจจะสะมุปปาทะปาฐะ และธัมมจักรกัปปวัตนสูตร (พิธีต่างอะเหน่กะจ่า)
3. ประธานสงฆ์ กล่าวคำต่างซอมต่อหลวง (กล่าวคำถวายข้าวมธุปายาส)
4. ประธานสงฆ์นำพระภิกษุ สามเณร อุบาสก อุบาสิกา กล่าวคำขอขมา และแผ่เมตตา เสร็จพิธี
5. หลักจากพิธีกรรมต่างอะเหน่กะจ่าและพิธีกรรมต่างซอมต่อหลวงเสร็จสิ้นลง จะถวายภัตตาหารเช้า (จังหัน) แด่พระภิกษุสงฆ์ ชาวไทใหญ่เรียกพิธีกรรมนี้ว่า “ก้าบซอม” และเลี้ยงอาหารแก่คณะศรัทธาผู้มาร่วมงาน
  ในช่วงสาย จะมีพิธีลาข้าวซอมต่อหลวง หรือ “จุ๊นซอมต่อ” ชาวไทใหญ่เชื่อว่า ก้อนข้าซอมต่อหลวง ถ้านำไปโปรยในพื้นที่ไร่ นา พื้นที่การเกษตร พืชพันธุ์จะอุดมสมบูรณ์ แมลงศัตรูพืชจะไม่รบกวน หรือ ถ้านำไปฝังบริเวณตลิ่งหรือริมฝั่งแม่น้ำ จะไม่ถูกน้ำกัดเซาะให้พังลง

วันที่ 3 พิธีจ่าก๊ะ
 จ่าก๊ะ มาจากคำว่า “จาคะ” ในภาษาบาลี หมายถึง การให้ทาน ในที่นี้หมายถึงการให้ทานข้าวน้ำโภชนาหาร การจ่าก๊ะ หรือการเลี้ยงอาหารผู้ถืออุโบสถศีล (ศีล8) จะจัดขึ้นหลังจากวันพระ 1 วัน โดยก่อนวันงาน เจ้าภาพจะนำ เทียน ธูป ข้าวตอก ดอกไม้ ไปเชิญผู้ถืออุโบสถศีล (ศีล8) จากวัดต่างๆ ในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน มารับประทานอาหาร เรียกว่า “พีด” หรือ “พีดปาง” เมื่อถึงเวลาผู้ถืออุโบสถศีล จะเดินทางมารับประทานอาหาร จากนั้นร่วมกันสวดมนต์ให้พร เป็นเสร็จพิธี 
 ชาวไทใหญ่เชื่อว่าการ “จ่าก๊ะ” ได้อานิสงส์มาก เนื่องจากเป็นการให้กำลังแก่ผู้ปฏิบัติภาวนา เพื่อให้ถึงซึ่งความพ้นทุกข์ 

ขอบคุณข้อมูลจาก 
โครงการวิจัย  ฟื้นวิถีเมิงไต : การรื้อฟื้นและการจัดการทุนวัฒนธรรมไทใหญ่เมืองแม่ฮ่องสอน
กิจกรรม  การฟื้นวิถีไต “การหุงและกวนข้าวซอมต่อหลวง” ปีที่ 2
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม