จังหวัดแม่ฮ่องสอน หารือการพัฒนา ฟื้นฟู "ลำน้ำแม่ฮ่องสอน" เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่สาธารณะของเมืองให้เป็นแหล่งนันทนาการหลักของเมือง ควบคู่ไปกับการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย
วันที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 15.30 น. ที่ ห้องประชุมประดิษฐ์จองคำ ศาลากลางจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนา ฟื้นฟู "ลำน้ำแม่ฮ่องสอน" เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่สาธารณะของเมืองให้เป็นแหล่งนันทนาการหลักของเมือง ควบคู่ไปกับการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย โดยมี นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม
โดยที่ประชุมได้ติดตามการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่และปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณลำน้ำแม่ฮ่องสอนและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยมีองค์ประกอบของโครงการที่จะดำเนินการพัฒนาและปรังปรุง จำนวน 3 บริเวณ ดังนี้ บริเวณที่ 1 สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติขัวเผือก บริเวณที่ 2 บริเวณหลังโรงพยาบาลศรีสังวาลย์ และบริเวณที่ 3 ลำน้ำปุ๊ เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่สาธารณะของเมืองให้เป็นแหล่งนันทนาการหลักของเมือง และพร้อมที่จะรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต และเพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางเดินเท้า ระบบไฟฟ้า สวนสาธารณะ ให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและปลอดภัย อีกทั้งยังเพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ตามแนวลำน้ำแม่ฮ่องสอน โดยรอบให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ตลอดจนเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนในพื้นที่ และกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชน
สำหรับ ลำน้ำแม่ฮ่องสอน ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นลำน้ำคู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ตำบลจองคำ อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ปัจจุบันเป็นลำน้ำที่ไหลผ่านใจกลางเมืองแม่ฮ่องสอน ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาได้มีการพัฒนาลำน้ำแม่ฮ่องสอนอย่างต่อเนื่อง และเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน ได้ดำเนินการปรับปรุงสองฝั่งลำน้ำแม่ฮ่องสอนให้เป็นทางเดินสำหรับประชาชน ได้พักผ่อน ออกกำลังกาย และทำกิจกรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันลำน้ำแม่ฮ่องสอน ประสบปัญหาการตื้นเขินจากการสะสมของตะกอนดินและวัสดุที่ถูกพัดพามากับกระแสน้ำ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ซึ่งมักเกิดน้ำหลากและมีปริมาณน้ำไหลผ่านลำน้ำแม่ฮ่องสอนเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดการพัดพาตะกอนเข้ามาสะสมในลำน้ำ ทำให้ความสามารถในการระบายน้ำลดลงและก่อให้เกิดปัญหาน้ำเอ่อต้นตลิ่งและน้ำท่วมขังในบริเวณพื้นที่ โดยรอบในช่วงที่มีฝนตกหนัก ทั้งนี้ จึงมีความจำเป็นต้องดำเนินการปรับปรุงและฟื้นฟูลำน้ำแม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลำน้ำแม่ฮ่องสอน เนื่องด้วยสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในจังหวัดแม่ฮ่องสอนตั้งแต่ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เป็นต้นมา จนถึงกลางเดือนกันยายน 2569 เป็นเหตุให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำแม่ฮ่องสอน มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจนสปิลเวย์ผนวกกับมีน้ำป่าไหลหลากจากพื้นป่า เขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และได้พัดเอาเศษไม้ ท่อนไม้ใหญ่ เศษหิน และโคลนตมเข้าทับถมพื้นที่อยู่ของประชาชนป๊อกขุ่มน้ำ หมู่ที่ 5 ตำบลปางหมู อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นเหตุให้ที่อยู่อาศัยและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายจำนวนหลายหลังคาเรือน โดยในสถานการณ์ดังกล่าวนั้น ทำให้ต้องมีการอพยพประชาชนเป็นการเร่งด่วนไปอาศัยอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวในบริเวณพื้นที่ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตามที่ปรากฏตามข่าวสถานการณ์อุทกภัยและภัยพิบัติในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน
ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลปางหมู จึงได้เสนอโครงการก่อสร้างหรือปรับปรุงพัฒนาลำน้ำแม่ฮ่องสอนในเขตพื้นบ้านใหม่ และพื้นที่ป๊อกขุ่มน้ำ ที่ได้รับผลจากอุทกภัยในปี พ.ศ.2569 โดยการก่อสร้างผนังกั้นตลิ่งหรือเขื่อนป้องกันตลิ่งทั้งสองฝั่งลำน้ำแม่ฮ่องสอน โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ในงบประมาณ 10,000,000 บาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและลดผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและอุทกภัย เพื่อเสริมความมั่นคงแข็งแรงของตลิ่งและพื้นที่ชุมชน ตลอดจนสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และรองรับการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่
ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาและฟื้นฟูลำน้ำแม่ฮ่องสอนควบคู่ไปกับการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัย เพื่อให้การแก้ไขปัญหาครอบคลุมทั้งในระยะเร่งด่วนและระยะยาว พร้อมทั้งให้พิจารณาแนวทางการออกแบบและดำเนินโครงการให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ ทิศทางการไหลของน้ำ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประชาชนและพื้นที่โดยรอบ โดยมุ่งให้การพัฒนาลำน้ำแม่ฮ่องสอนสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ เสริมความมั่นคงของแนวตลิ่ง ลดความเสี่ยงจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมในพื้นที่ชุมชน ตลอดจนฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและภูมิทัศน์ริมลำน้ำให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนต่อไป