รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมข้อบัญญัติท้องถิ่น และเครือข่ายป่าชุมชนพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้แนวคิด “นักรบพบนักวิชาการ” เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมข้อบัญญัติท้องถิ่น และเครือข่ายป่าชุมชนพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ภายใต้แนวคิด “นักรบพบนักวิชาการ” เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน


วันที่ 5 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น. ที่ ห้องประชุมพญาพิศาลฮ่องสอนบุรี สำนักงานสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่แม่ฮ่องสอน นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มอบหมายให้ นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ การบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควันอย่างยั่งยืน ด้วยนวัตกรรมข้อบัญญัติท้องถิ่น และเครือข่ายป่าชุมชนพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี อาจารย์ไพสิฐ พาณิชย์กุล หัวหน้าโครงการฯ ผู้แทนนักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้แทนนักวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ วิทยาเขตแม่ฮ่องสอน หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปลัดอำเภอ นักวิชาการ ผู้นำชุมชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมเพื่อร่วมบูรณาการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ตลอดจนแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดทำข้อบัญญัติท้องถิ่นให้สอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อผลักดันการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน เพื่อยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดแม่ฮ่องสอนอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

ในโอกาสนี้ นายอุดมศักดิ์ ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้กล่าวว่า การจัดประชุมให้ครั้งนี้ เปรียบเสหมือน “นักรบพบนักวิชาการ” เนื่องจากหน่วยปฏิบัติภาคสนามซึ่งทำหน้าที่เสมือนนักรบ จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้ ข้อมูลที่ถูกต้อง และการวิเคราะห์บริบทของแต่ละพื้นที่จากนักวิชาการ ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้านในการวางแผน เพื่อใช้ประกอบการวางแผนและกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งปัญหาไฟป่าและหมอกควันของจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงเป็นสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม แม้จะมีมาตรการจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง แต่การแก้ไขปัญหาให้เกิดผลอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยการนำข้อบัญญัติท้องถิ่น มาเป็นเครื่องมือทางกฎหมาย ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งของ เครือข่ายป่าชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดกติกา มาตรการป้องกัน และการบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง อันจะนำไปสู่การลดปัญหาไฟป่าและหมอกควันได้อย่างเป็นรูปธรรม


อย่างไรก็ตาม รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่า “ท้องที่–ท้องถิ่น–ชุมชน” คือกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้องอาศัยข้อมูล ความต้องการของพื้นที่ และการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นฐานในการดำเนินงาน เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง และสามารถลดผลกระทบจากปัญหาหมอกควันได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ
บทความยอดนิยม