ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่เพื่อมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค และเยี่ยมให้กำลังใจแก่กลุ่มเปราะบางตามโครงการประกันสังคมเยี่ยมผู้ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนเจ็บป่วยในสถานพยาบาลหรือผู้ป่วยหลังภาวะวิกฤต (Intermediate Care) ในพื้นที่ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน
วันที่ 19 มิถุนายน 2569 เวลา 13.00 น. นายวิบูรณ์ แววบัณฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นางสุดารัตน์ แววบัณฑิต นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน ลงพื้นที่เพื่อมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค และเยี่ยมให้กำลังใจแก่กลุ่มเปราะบางตามโครงการประกันสังคมเยี่ยมผู้ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนเจ็บป่วยในสถานพยาบาลหรือผู้ป่วยหลังภาวะวิกฤต (Intermediate Care) ในพื้นที่ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมี หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกและคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่
ซึ่งการลงพื้นที่ดังกล่าวฯ เป็นการขับเคลื่อนงานภายใต้โครงการประกันสังคมเยี่ยมผู้ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนเจ็บป่วยในสถานพยาบาล หรือผู้ป่วยหลังภาวะวิกฤต (Intermediate Care) ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานประกันสังคมจังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการให้บริการเยี่ยมเชิงรุกให้กับผู้ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนในสถานพยาบาลหรือผู้ป่วยหลังภาวะวิกฤต (Intermediate Care) ตลอดจนสร้างความพึงพอใจต่อการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงผู้ประกันตนและกลุ่มเปราะบางอย่างทั่วถึง
ในโอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดแม่ฮ่องสอน/ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดแม่ฮ่องสอน และคณะฯ ได้ลงพื้นที่เพื่อมอบสิ่งของอุปโภค บริโภค และเยี่ยมให้กำลังใจแก่กลุ่มเปราะบางในโครงการประกันสังคมเยี่ยมผู้ทุพพลภาพ ผู้ประกันตนเจ็บป่วยในสถานพยาบาลหรือผู้ป่วยหลังภาวะวิกฤต (Intermediate Care) ในพื้นที่ตำบลผาบ่อง อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัดแม่ฮ่องสอน จำนวน 9 ราย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเสริมสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ป่วยและครอบครัว
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการการทำงานร่วมกันในการให้บริการเชิงรุก เพื่อรับทราบปัญหา ความต้องการ และประสานความช่วยเหลือแก่กลุ่มเปราะบางและผู้ทุพพลภาพอย่างใกล้ชิดและครอบคลุม เพื่อเป็นการบรรเทาและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนดียิ่งขึ้นต่อไป